
ชีวิตที่เหมือน คนที่อยากตื่น แต่ถูกบังคับให้ต้องหลับต่อ
คุณเคยบ้างไหม ที่นอนหลับนานๆจนตื่นขึ้นมาอีกทีแล้วมึนหัว ร่างกายแทนที่จะได้พักผ่อนเต็มที่กลับกลายเป็นความปวกเปียกมึนงง เหมือนตอนที่เราได้อ่านบทความดีดี ที่คอยเตือนสติให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของชีวิต เหมือนตอนที่กำลังเข้าใจสัจธรรมอะไรบางอย่างอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็ต้องกลับออกไปทำงาน หรือ กลับออกมาเพื่อเรียนหนังสือต่อ หรือทำอะไรที่ดูจะเป็นทางตรงกันข้ามกับการอยู่เพื่อมีสติระลึกถึงว่าเรามีชีวิตอยู่กันเพื่ออะไรแน่ วันนี้หลังจากฟังธรรม ได้กำหนดคิดระลึกในสิ่งที่ก่อให้เกิดความละถอยปล่อยวาง แล้วจำต้องละออกไปอ่านตำราเรื่อง เขียนโปรแกรม เชื่อไหมว่า มันเหมือน ถูกข่มให้ต้องนอนต่อ ต้องหลับต่อ เพื่ออะไรก็ไม่รู้ เพื่อให้กลายเป็นคนเข้าใจเรื่องการฝันอย่างนั้นเหรอ การตามหาฝันที่มันไม่เคยเป็นจริงเลยสักครั้ง ถ้าการฝันเหล่านั้นยังอยู่บนความว่างเปล่าของตัณหา มันเหมือนหลุมดำที่ถมไม่เคยเต็ม มีแต่จะดูดเข้าไปเรื่อยๆและอีกมากมาย ที่ในชีวิตของเราทุกคนต่างดิ้นรนขวนขวาย เพื่อ กระดาษใบนึง, เพื่อคำคำหนึ่ง อาจจะเพื่อคำว่า" ดี" คำว่า" รัก" คำว่า "เก่ง" ที่จะได้รับสายตาการยอมรับจากคนที่ยังมีกิเลสตัณหา อีก เป็นพันล้านคนบนโลก ลำพังถมหลุมดำตัวเองก็ยังไม่เต็ม แต่ต้องไปถมคนอีกหลายๆคนรอบข้างแล้วมันจะไม่เหนื่อยคงแปลก. ขอให้ได้ยินได้รับคำเยินยอ ว่าคนนี้เก่งว่าฉันนี้เก่ง ว่าเขาเก่ง หล่อ สวย มีมาตรฐานที่เหนือกว่าคนอื่น แล้วคนนี้ คนโน้น ได้ใบประกาศแต่ละขั้นๆ คนนี้จะได้จัดอยู่ในสังคมอีกชั้นอีกระดับ ส่วนเจ้าตัวที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรากตรำทำงาน หรือเรียนเอง ก็พร้อมที่จะตรึงตัวเองอยู่กับความไม่รู้ของตัวเอง ที่ยังแสวงหา ต่อ ต่อ และต่อๆไป โดยที่ตัวของตัวเอง คิดว่าสิ่งที่ทำมันคุ้มค่าคุ้มเวลา มันจะได้ผลตอบแทนที่ดี มันจะสร้างอะไรต่อมิอะไรกับตัวเอง ครอบครัว และโลกใบนี้ ตัณหาตัวแรกเลย ที่เกิดขึ้นกับตัวเองคือ ฉันคิดว่าฉันเป็นคนแบบนี้ และฉันจะต้องหาตัวเองให้เจอ (แม้แต่ตัวเองยังเปลี่ยนใจเปลี่ยนแนวคิดเปลี่ยนเส้นทางเดินทางฝันอยู่ตลอดเวลา) แล้วคนที่มีบุคลิคแบบนี้ต้องเรียนแบบนี้แล้วทำงานแบบนี้ จากนั้น คนก็เริ่มใช้นิยามฮิต เรียกมันว่า ตามหาฝัน เพราะมันเป็นฝันจริงๆ มันคือความอยากลมลมแร้งๆ ที่เหมือนเล่นเกมส์เกมส์นึงจนจบ ตอนเล่นก็มุมานะ อุส่าหะ แทบไม่ได้กินไม่ได้นอน ตรากตรำ ทำจนผ่านไปได้หลายๆlevel เล่นแข่งกับเวลา เล่นไปเครียดไป จนถึงด่านสุดท้าย จนจบ แล้วเราก็จะเกิดความภูมิใจในชั่ววูบขณะหนึ่ง จากนั้นมันก็จางหายไป แล้วตอนนี้มีเกมส์อะไรให้เล่นต่อ ต้องไปหาเกมส์ใหม่มาเล่นต่อสิ เพื่อให้ได้ความรู้สึกว่า ชนะ ทำได้ เก่ง ทำได้ ดีกว่าคนอื่น..... มันไม่ต่างไปจากชีวิตจริงที่เราและคุณต้องเจอมันอยู่ทุกๆวัน.........
แต่ถ้าวันนี้ฉันเล่นเกมส์ไปด้วย โดยที่ตัวเล่นแต่ใจไม่เล่นละ ฉันจะมองโลกเปลี่ยนไปมากมายแค่ไหน แล้วถ้าฉันรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่าชีวิตมันเป็นมวลรวมของธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่เคลื่อนไปเคลื่อนมาด้วยความทนอยู่ไม่ได้ด้วยตัวของมันเองล่ะ ฉันจะเข้าใจอะไรมากขึ้นแค่ไหน. แล้วถ้าวันนึงฉันตามหาอารมณ์ที่วิ่งไปวิ่งมาเจอแล้วคิดว่า อารมณ์ก็เป็นภาพสะท้อนของธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ เหมือนกัน ฉันยังอยากจะครอบครองอารมณ์นั้นๆมาเป็นฉันอีกไหม … แล้วถ้าสุดท้ายฉันไม่ได้ยึดสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นตัวฉันเองล่ะ ฉันคงเป็นคนที่ความทุกข์ไม่มีทางเข้าถึงได้เลยตลอดไป .... และถ้าความทุกข์จะเกิดก็จะกระทบแค่ร่างกายแต่ไม่กระเทือนถึงจิตใจ "กรรมนั้นก็ถือว่าเป็นโมฆะ"

No comments:
Post a Comment