Monday, April 26, 2010
เส้น
เส้นบางเส้น เวลามองจากที่ไกลๆเราก็นึกว่ามันคือเส้นๆเดียวกัน แต่ถ้าลองได้เดินเข้ามาใกล้ๆ ได้ใช้สายตาไล่ตามที่มาที่ไปของเส้นนั้นๆ มันอาจจะมาจากจุดกำเนิดเดียวกัน ใกล้เคียงกัน บางเส้นมาจากคนละทิศละทางแต่มามีความบรรจบเกือบลงตัวเป็นเนื้อเดียวกัน
ในความเหมือน บางครั้งบางคราวก็ไม่อาจลงเอยกันได้ จะเป็นเพราะความเชื่อมั่นของแต่ละคน ลึกๆในนั้น หรือประสบการณ์บางอย่าง ที่มันสอนอะไรให้คนคนนึง มีความคิดอะไรบางอย่าง ที่เมื่อยึดถือความคิดนั้นแล้ว มันเหมือนเป็นเกราะป้องกันความผิดหวัง ความทุกข์ หรือ จะนำมาซึ่งความสุขและอะไรก็แล้วแต่ เมื่อคนคนนึงมีบางสิ่งบางอย่างที่ยึดเหนี่ยวเอาไว้ในใจ มันก็เป็นปัจเจกของคนคนนั้นที่ไม่อาจจะบรรยายออกมาได้ หรือถ้าหาคำมาพรรณาได้ก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าจะทำดีไม๊
เมื่อฉันลุกขึ้นและเดินออกจากห้องที่เคยเก็บตัวเก็บใจมาแสนนาน ฉันอาจจะดูเหมือนเป็นคนคนเดิมในสายตาคนที่รู้จัก ยังยิ้มและทักทายผู้คน ยังมีความรู้สึก หวั่นไหวกับใครบางคน ยังหวาดกลัวกับเรื่องเดิมๆ ... และอีกวันก็ผ่านไป ..แต่ในทุกๆวันที่ภาระกิตรจบสิ้นลง . พอถึงตอนเปิดประตูเข้าห้องนอน ปิดไฟ และเปิดผ้าห่มและพาตัวเองแทรกลงไป จนหัวถึงหมอน เมื่อนั้นความคิดที่เป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอก็ค่อยๆเริ่มกระบวนการชำระล้าง และค่อยๆให้เหตุผล กับ เรื่องราวต่างๆ ที่จิตใจของฉันไปประสบพบมาในแต่ละวัน ทุกคนต้องมีโอกาสได้ทำอะไรสักอย่าง ที่รู้สึกถูกและผิด ต้องการแก้ไข ต้องการสานต่อ อยากจะทำให้ดียิ่งๆขึ้นไป หรือประชดด้วยการไม่ใส่ใจกับเรื่องนั้นไปเลยก็ได้ และฉันก็เป็นคนคนนึงที่มี สี ขาว เทา ดำ ในความคิด แต่มันมีหลืบของประสบการณ์ในชีวิต ที่มันคอยบอกและเตือนว่า ก้าวต่อไปฉันจะทำหรือไม่ทำอะไรถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่ากับตัวเอง.. คนที่เคยเจ็บปางตาย แล้วรอดชีวิตมาได้ กับคนที่ถูกมีดบาดที่กลางมือ มันเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน คือตอนเจ็บมันก็ผละออก ใจมันก็กลัว แต่ความตระหนักในใจมันมีน้ำหนักต่างกันอย่างแน่นอน .. ไม่ใช่ไม่รู้สึก ไม่ใช่ไม่รับรู้ ไม่ใช่ไม่แคร์ เธอรู้สึกอย่างไร.. ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนๆกัน เท่าๆกัน แต่เพราะตัวแปล ตัวแปลงภาพเหล่านั้น มันก็ทำงานอย่างซื่อสัตย์และเที่ยงตรง ฉันเห็นถึงความเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้ใจตัวเอง คิดอะไรไปมากกว่านี้ .. แต่ความรู้สึกดีดี มันจะมีให้ตลอดไป
อย่าพยามหาเหตุผล เมื่อมันไม่มีเหตุผล ที่มีเหตุผลมันก็มีอยู่อย่างไม่ถาวร มันก็กำลังผ่านไปและกำลังจบไป และก็ไม่ต้องเข้าใจเพราะมันไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ที่มันไม่มีไม่ใช่เพราะมันไม่มี แต่มันไม่มีเพราะยังไง สักวัน มันก็จะไม่มี เพราะธรรมชาติมันเป็นอยู่อย่างนี้ ทั้ง ฉัน และ เธอ ทั้ง เรา และ เขา เราต่างเป็นเส้นที่วิ่งวนไปวนมาพาดผ่านทับถม วนเวียน บางครั้งเราก็วาดเส้นให้มันบรรจบกัน ให้มันเข้ากัน คล้องจองกัน ดูเหมือนจะใช่ และ มันก็ไม่ใช่ ในเมื่อธรรมชาติของเส้นชีวิต ไม่เคยจะหยุดอยู่นิ่งๆ มันอาจจะพยามวิ่งบรรจบกับใครสักคน แต่ยังไงก็ต้องวิ่งต่อไป
Thursday, April 8, 2010
ธาตุสาร

ระหว่างกำลังคุยกับเพื่อนเรื่องจะจัดการกับไฟล์งานอย่างไร สัดส่วนสีสรรมันไม่ได้มุมตรงนี้ เพื่อนมีปัญหามาก ต้องแก้ไข กินไม่ได้นอนไม่หลับ ณ ตอนคุยอยู่นั้นมันก็มีเหตุให้คิดเช่นนี้ว่า.................
เราเกิดมา มาทุรนทุราย มานั่งหัวเราะ ดีใจ มาฟูมฟาย ให้กับภาพมายา เรื่องที่วนไปวนมาซ้ำๆแล้วซ้ำเล่า เรื่องบางเรื่องจับต้องไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ไม่มีตัวตนแต่ก็ต้องมากลุ้มใจ ต้องสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นๆดูและวิจารณ์ สร้างภาพนั้นๆโดยที่แม้แต่มือยังไม่เคยสัมผัสว่าถึงตัวมันเลยว่าคืออะไร แต่ต้องเอาใจไปเกาะติดสิ่งที่ถูกรุมเร้าด้วยการมอง และฟัง
บางทีบางครั้ง ลายเส้นบางเส้น มีสี มันโค้งไม่ได้ดังใจ ก็โกรธ ก็ขัดข้องใจ ทำไมเป็นสีนั้นสีนี้ ทำไมลายมันแคบเกินไปควรให้กว้างกว่านี้ ไปดุด่าติติงว่าคนที่มองไม่เหมือนเรา มีความต่ำต้อยกว่า รู้น้อยกว่า หรือไม่เข้าใจความต้องการของสังคมโดยรวม ว่าสังคมโดยรวมชอบสีนี้ สว่างกว่านี้ กว้างกว่านี้ แคบกว่านี้ ยาวกว่านี้ สั้นกว่านี้ บางครั้งด้วยอำนาจหน้าที่ก็ บีบบังคับ ข่มขู่ให้คนที่คิดไม่เหมือนกับเราต้องได้รับความไม่ยุติธรรม ต้องลำบาก เสียใจ จนทนอยู่ด้วยไม่ได้ จนโกรธกัน ทะเลาะกัน ลาขาดกันไป เพียงเพราะการตั้งค่าในใจของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน มันชอบสีชอบสัดส่วน ชอบพื้นผิว หนักเบาไม่เหมือนกัน แล้วเราก็เอาอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจไปจับ ไปหาconditionให้มัน ใจมันอยากโกรธ มันรอคอยการโกรธ ธาตุต่างๆมันสันดาป มันเกิดพลังงาน ดูมันสิ มันเกิดพลังงาน น้ำถูกเคลื่อนที่ด้วยลม มันพัดพา มันไหวไปมา เมื่อรวมกับดิน มันพัดไปมา มันไหลรวมไปมา มันเกิดเป็นวงจร มันเกิดพลังงาน และเมื่อธาตุไฟได้เชื้อเพลิงจากพลังงาน ก็เกิดการปะทุ ก็แตกตัว และสลายไป เกิดการเผาพลาญ รวมกัน แตกกระจาย รวมตัว และสลายไป
เรามองเห็นมันบ้างไหม ว่าการทำงานของสรรพสิ่งของธาตุมันเป็นอยู่อย่างนั้น บางครั้งการเกิดกระบวนการสันดาปเหล่านี้ มันมีขึ้น เราก็เข้าใจว่านั้นคือตัวเรา เราต้องหาทางจัดการ ทำอะไรกับมัน มันเกิดความร้อน เราต้องโกรธ ต้องแสดงอาการ เราไม่เห็นความเป็นธรรมชาติที่ละเอียดเหล่านั้น เราก็ปะทุไอร้อนเหล่านั้น นำพามาเป็นอารมณ์ หงุดหงิด ไม่มีเหตุผล ไม่พอใจ เห็นอะไรก็วิจารณ์ ต้องพูดถึง ต้องแสดงอาการ เพื่อให้สมกับธาตุที่มันปะทุมา โดยการหาเหตุ หาเรื่อง ขุ่นข้องหมองใจ หาตัวลงต่างๆ รูป รส กลิ่น เสียง หาสิ่งแวดล้อมทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต มาเป็นเหยื่อของการที่จะบ่งบอกว่า "เป็นเพราะเธอ เป็นเพราะเธอเดินเข้ามา ไม่คลานมา เธอ.. ไม่ให้ความเคารพ เธอจึงเป็นต้นเหตุให้ฉันต้องโกรธ ต้องขว้างของลงพื้น และจะรู้สึกดีถ้า เธอ คลานมาเก็บ มาหมอบขอโทษ "
……… จะมีกี่คน กล้าคิดว่า ฉันไม่พอใจ เพราะธาตุในธรรมชาติ รวมกับธาตุในตัวฉัน มันเกิดการหักล้าง มันสันดาปกัน ฉันไม่รู้ว่าธาตุนั้นคืออะไร รู้สึกแต่มันร้อนๆอุ่นๆ เลยหงุดหงิด พอมองออกไป เห็นทาสในเรือนเบี้ยเดินเข้ามา แทนที่จะคลาน ก็เลย นำอารมณ์นั้น ไปลงที่คนนั้น เพื่อที่ว่าธาตุร้อนๆนี้จะได้ผ่อนคลาย ฉันจะยึดกับการมองเห็น รูปสีเนื้อมีแท่งยาวออกมา ซ้ายขวา อย่างละสองแท่ง บนสั้นกว่าล่าง แท่งบนใช้จับยึด แท่งล่างใช้ เหยีบยัน ตรงกลางมีจุกผมดำดำขึ้น มีลูกขาวใสๆแฉะๆสองลูก พร้อมกับรูที่ระบายอาการเข้าและออก มีเนื้อเปิดปิดอีกรูนึงที่คอยบดเคี้ยวสิ่งใดใดที่ถูกป้อนลงไป ฉันเห็นรูปทรงนั้นๆอยู่ในแนวตรง ฉันรับไม่ได้ มันต้องเป็นรูปหักงอ และยันด้วยแท่งเนื้อสั้นๆตอนบน(คลาน) ฉันถึงจะพอใจกับการได้เห็น ... ต่อให้มีคนคลานอีกเป็นล้านคนอยู่ตรงหน้า แต่จิตที่ยังไม่เข้าใจ ต้นเหตุของการเกิด การแสดงอาการของธาตุ ก็ยังไม่เคยเบื่อ ไม่เคยเพียงพอ ต่อการมองเห็น ต่อการสัมผัส เพราะมันเป็นแค่ การปัดป้อง หด ขยาย ทางความคิด บิดเบี้ยวไปมา เพื่อให้เกิดอาการคลายออก เผื่อจะสบายขึ้น ความจริงแม้ไม่ต้องทำอะไร ผลแห่งการสันดาปก็คลายตัวด้วยความอยู่ไม่ได้ของตัวมันเอง รอเวลา เฝ้ามองได้เห็น และปล่อยมันผ่านไป กลับง่ายกว่าการไป ทะเลาะวิวาท พรากลูกพรากเมีย ขโมยแย่งทรัพย์สิน หรือเข่นฆ่า อาฆาตกันไม่จบไม่สิ้น
เมื่อธาตุน้ำทำงาน การเกิดของมันก็ทำให้คนไปจับต้องไปยึดหมายว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจะจับต้องธาตุนั้นๆให้มาเป็นของตัวให้ก่อเกิด ให้มันไม่จางไป หรือให้มันสลายไปให้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ดี มันเป็นอะไรสักอย่าง มันเกิดอาการเนิบนาบ มันอยากระรวยรินไหล ใจก็หาที่ยึดต่อจากอารมณ์นั้น เราก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ใจก็เคลิ้มไหล มองเห็นท้องฟ้า ยามพระอาทิตย์กำลังทอแสง ก็คร่ำครวญ ไขว้คว้า หาทางให้มันมาเป็นภาพที่สะท้อนจิต หาทางสะท้อนธาตุนั้นๆที่กำลังเอิบอาบ มันอาลัยอาวรณ์ มันเกิดความรักใคร่ เห็นเด็กที่เรียกว่าลูกก็รักใคร่ อยากโอบ อยากกอดรัด อยากไปสารพัด ตั้งความหวังเอาไว้หลายพันรูปแบบจะปั้นให้เป็นดังใจ เพราะรูปที่เห็นเป็นเนื้อก้อนเล็กๆที่ ฉันคิดว่าฉันสร้างขึ้นมา มันเป็นก้อนเนื้อที่น่ารักน่าเอ็นดูกว่าก้อนเนื้อไหนๆในโลก และรักกว่าก้อนเนื้อเล็กๆของคนอื่น เกิดความหวงแหน ธาตุน้ำในตัวคนไหลไปรวมตามจุดต่างๆที่เกิดอารมณ์ ใคร่หาและโอดครวญ การเกิดแห่งการไหลไปมาก็มีปัจจัยเดิมๆคือธรรมชาติของการสันดาป ที่เกิดจาการหมุนตัวของพลังงาน
------------------
AKA : blackhole เล็กๆที่ถูกห่อด้วยความไม่เข้าใจอีกหลายต่อหลายชั้น การหมุนตัวด้วยแรงดึงดูดนั้น พัดพาเอาโมเลกุลเล็กๆอนูเล็กๆรอบๆตัวมันให้ก่อเกิด รวมตัวไป แตกตัวไป รวมตัวมา และแตกตัวไป พอครบรอบของจังหวะนึงก็มีการคลายออก พลังงานต่างๆก็ถูกรวมกันเข้ามาเกิดธรรมชาติ เกิดการสันดาป เกิดความสลับซับซ้อนของเม็ดเล็กๆที่ต่อตัวกันเป็นรูปร่างต่างๆ ตามแต่คุณภาพแห่งการหมุนนั้นๆ
----------------------
ก็ด้วยการสันดาปของน้ำและธาตุต่างๆมันถึงมีอาการการสะท้อนที่ทำให้ บางครั้งอาการของน้ำและไฟ และดิน มันเวียนกันไปกันมา จนไม่ต้องแยกกันแล้วมันความรู้สึกคนคนนึงจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะถ้าไม่เคยเจาะเข้าไปดูหน้าตาของเหตุของมันอย่างวิเคราะห์ให้เห็นได้ชัดเจน ธาตุดินเป็นธาตุสร้างที่ถูกพัดพาก่อเกิดและแตกสลายเหมือนธาตุอื่นๆ ธาตุดินเป็นสื่อของการสัมผัส จับต้อง เป็นสื่อความหนักเบา ก่อเกิดความยึดความอยาก ให้เกิดการทับถมต่อๆกันไป
หากแม่มาเห็นก้อนเนื้อเล็กๆอันเป็นที่รัก ไม่ขยับ(ตาย) แม่ที่มีธาตุน้ำประกอบอยู่ก็เค้นหลั่งน้ำให้ไหลออกมา เกิดความหวัง เกิดความอยากให้ก้อนเนื้อเล็กๆนั้นกระตุกได้ ขยับได้ไปมา ความไม่เข้าใจในธรรมชาติและความอยู่ไม่ได้ของสรรพสิ่ง ทำให้แม่ ทั้งเสียใจทั้งโกรธหมอที่รักษาลูกไม่ได้ หาสาเหตุที่ใครทำให้ลูกตาย บางคนโทษตัวเองเพราะหาตัวลงไม่ได้ ก็รอบการหมุนของลูกมันมีแค่นั้น ด้วยองค์ประกอบต่างๆที่การหมุนรวมมวลสารของเขาสั้นจะด้วยเหตุของคุณภาพนั้นๆ หรือปัจจัยแห่งจิตที่ก่อเกิดนั้นๆก็ตาม มันแตกแค่ธาตุที่จับต้องมองได้ แต่ความไม่เข้าใจก็สร้างสรรต่อเติมให้ความเศร้าโศกขจรกระจายไปนักต่อนัก เพื่อยึดมันเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันจบ คิดได้ทีไรก็เศร้าสลดในปริมาณเดิมๆที่สร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งที่ปริมาณมันเก่ามันจบไปแล้ว แต่แม่ก็สร้างมันขึ้นมาด้วยการอาศัยความทรงจำเดิมๆ ........ เรื่องยาวละ แต่โดยสรุปสั้นๆคือ ทุกธาตุรวมกันมาได้ก็เพราะอาการแห่งจิต ตัวต้นเหตุแห่งการรวมตัวการสันดาปและการเกิด ก็มาจากจิต เป็นแหล่งก่อพลังงานที่ซับซ้อนเหล่านั้น จิตเราบังคับธาตุและบางครั้งธาตุก็ทำให้จิตไขว้เขว นึกว่า เป็นเพราะธาตุจิตถึงคิดแบบนั้นแบบนี้ ตัวต้นตอคือจิตเราดีดีนี้เองก่อเกิดและสรรสร้าง มวลสสารมีหน้าที่หมุนเข้าหาตามความเหมาะสมแห่งคุณภาพจิตนั้นๆ ทำไมคนเกิดมามีรูปร่างหน้าตา ความเป็นอยู่ แตกต่าง สิ่งแวดล้อมแตกต่าง มันก็มี magnet ตัวเดียวคือจิต
มีแบบฝึกหัดให้เราทดลองอยู่เป็นประจำในโลกใบนี้ เวลาโกรธ เวลาเสียใจ อะไรเกิดกับตัวเรา อะไรดับไปจากตัวเรา และจิตเราขณะนั้นเๆที่จะบอกได้
Monday, April 5, 2010
ค่านิยม

ความจริงเราก็อยากจะโวยวายและตราหน้าว่าทักษิณเป็นคนผิดแต่เพียงผู้เดียว แต่จะว่าไปมันก็ไม่ใช่ คนไทยด้วยกันดูถูกคนไทยด้วยกันมาตั้งแต่ยุคไหนต่อยุคไหน คนมีความรู้ความสามารถสักกี่คนจะยอมเสียสละตัวเอง เข้าไปสอน ไปเปิดตาเด็กบ้านไกลผู้ใหญ่บ้านนอกว่าเราควรเชื่ออะไร ไม่หลงกลคนลวงยังไง ทำไมประเทศถึงเจริญได้แค่ถัวงอกหัวโต เพราะโตแต่กรุงเทพ ทำไมบ้านเมืองที่เขาเจริญกันจริงๆเขาเจริญไปถึงต่างจังหวัด คนไทยดูถูกกันเอง ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ไม่กลับไปช่วย ไม่กลับไปพัฒนาบ้านเมืองถิ่นไกล เพราะคนไทยที่เข้ามาเรียนกันสูงๆ กลัวจะอับอายถ้าไปทำงานต่างจังหวัด ทั้งที่คนไทยบางกลุ่มที่น่าจะนำความเจริญกลับบ้านเกิด กลับไม่ทำเพราะกลัวความลำบาก ก็ปล่อยให้พ่อแม่ปู่ย่า ตา ยาย ที่ไม่รู้ตาสีตาสา เป็นผู้ที่อ่อนแอไร้ที่พึ่ง ไม่มีภูมิคุ้มกันกลลวงของพวกผู้ใหญ่บ้านและหัวคะแนน ถูกชักจูงให้เชื่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ และก็ถูกล้างสมองว่าตามเขาไป คนไทยอยากได้คนดีมาบริหารบ้านเมือง แล้วทำไมคนไทยถึงกระจุกอยู่แต่ในกรุงเทพ ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพ แต่คนไทยที่มีความรู้มีการศึกษาที่ดีต่างหากที่ขี้ขลาด คิดว่าตัวเองจบสูง จบนอกมา ต้องทำงานบริษัทดีดีใส่สูทนั่งห้องแอร์จ่อหน้าคอมเท่านั้นถึงได้รับการยอมรับ แล้วพอบ้านเมืองมีปัญหาก็ออกมาแย้วๆทีแล้วก็มุดหัวกลับไปทำกิจวัตรเดิมๆ มีปัญญาชนคนไหนกล้าพอที่จะเจียดเวลาในชีวิตส่วนหนึ่งไปปลูกฝังความถูกต้องความเจริญและความจริงให้กับเด็ก ให้ประชาชนที่ถูกปิดหูปิดตาที่ต่างจังหวัด มันยังไม่สายไปสำหรับการเริ่มต้น แต่มันจะสายถ้าเราไม่คิดแม้แต่จะเริ่มต้น เราต้องทำความดีต่อเมื่อมีคนเห็นเท่านั้นหรือ ความดีความภูมิใจมันไม่ได้อยู่กับเราตอนเรานอนหลับเงียบๆในห้องคนเดียวหรอกหรือ สิ่งที่พ่อหลวงตรากตรำทำงานตั้งแต่เราจำความได้ ท่านเดินทางไปต่างจังหวัด ไปสร้างความเจริญ ในที่ที่ทุรกันดารที่สุด สมัยนั้นมันยิ่งลำบากลำบนกว่าวันนี้กี่ร้อยกี่พันเท่า นายหลวงท่านทำเป็นตัวอย่างให้เราแล้ว เราจะช่วยท่านสานต่อเจตนารมณ์เหล่านั้นไม่ได้เชียวหรือ เราอย่าใส่แค่ริสแบน แปะสติ๊กเก้อว่า เรารักนายหลวง แค่นั้นเลย พ่อเหนื่อยมามากพอแล้ว วันนี้เราขอให้พ่อพัก เราจะบอกพ่อว่า จากนี้เราจะสานต่อสิ่งที่พ่อทำ จะทำให้พ่อเห็นตอนที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ เราอยากให้พ่อได้ภูมิใจ แม้มันจะลำบาก แม้มันจะเทียบไม่ได้กับความลำบากที่พ่อเคยสู้เพื่อเรามา แต่เราก็จะทำ แม้มันจะเป็นส่วนเล็กๆ เป็นจุดเล็กๆ แต่หลายๆจุดรวมกัน เราจะช่วยกันกอรปกู้ชาติ โดยไม่ให้มีการเสียเลือดเนื้อ เราจะช่วยกันโอบอุ้มและดูแลคนที่อ่อนแอ ให้เขาลุกขึ้นได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ และช่วยเหลือสังคมรุ่นต่อๆไป ขอให้คนไทยอย่าดูหมิ่นคนไทยด้วยกันเอง ขอให้คนไทยอย่ายกย่องค่านิยมต่างชาติว่าดีกว่า แม้บางอย่างมันจะดีกว่าจริง แต่เราก็จะไปเรียนรู้ เพื่อนำมาปรับนำมาใช้ ไม่ใช่ลอกเลียนทำตามเขา แล้วมาดูถูกคนอื่นอีกที เพียงเพราะว่าเราไปเลียนแบบฝรั่งมังค่าได้เหมือนกว่าแสดงว่าเราเป็นคนมีค่าน่ายกย่องกว่าแค่นั้นหรือ ขอให้คนไทยด้วยกันอย่าดูถูกคุณลุงคุณป้าตามต่างจังหวัด อย่าดูถูกคนที่ใช้แรงงานทำมาหากิน (ถ้าเขาเหล่านั้นมีเงินเรียนเขาจะต่อกันจนถึงดอกเตอร์เหมือนอีกหลายๆคน) เพราะค่านิยมที่ผิดๆทำให้เราไม่รักกันเอง ตั้งแต่สมัยไหนต่อไหน คนไทยเหยียดหยามกันเอง ทำให้เกิดช่องว่างให้กลุ่มคนบางพวกที่เรียกตัวเองว่า สส. ที่แอบอ้างว่าเข้ามาดูแลบ้านเมือง เข้ามากอบโกยจากรอยโหว่ที่ถูกสร้างกันขึ้นมาตั้งแต่สมัยก่อน จนบานปลาย เกิดคอร์รัปชั่นไปทั่วหัวตัวกระทรวงกรม กินจนเรื้อรังจนก่อให้เกิดปัญหาใหญ่โตจนถึงทุกวันนี้
ถ้าคุณเป็นปัญญาชนที่กล้าพอจะสานต่อเจตนารมณ์ที่พ่อสร้างไว้ ถ้าคุณกล้าพอที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องโดยไม่ให้มีการเสียเลือดเสียเนื้อ ถ้าคุณกล้าพอที่จะยอมเสียสละความสบายส่วนตัวเล็กๆน้อย ออกไปทำอะไรให้สังคมชนบท สังคมต่างจังหวัด ให้ความรู้กับเด็กๆพี่ๆน้อง คุณลุงคุณป้า จะเดือนละครั้งหรือปีละครั้งก็ตาม เราจะไม่ไปเปลี่ยนความคิดของเขา แต่เราจะไปสอนให้เขาคิดให้เป็น ตัวยาที่จะแก้คอร์รัปชั่นได้คือคุณธรรมและข่าวสารที่ไม่ถูกบิดเบือน ถ้าคุณกล้าพอจะทำให้พ่อภูมิใจสักครั้ง กล้าพอที่จะไม่ใช้ใบปริญญาเพื่อหาผลกำไรให้แต่ตัวเอง แต่กล้าพอที่จะแบ่งความรู้เหล่านั้นให้กับเพื่อนร่วมชาติ ให้เราทุกคนได้ใช้ปัญญาเป็นอาวุธสู้ต่อภัยคอร์รัปชั่นในสังคม พ่อหลวงเหนื่อยมาพอแล้ว เราจะไม่ร้องไห้เพียงเพราะความปลื้มใจที่พ่อทำเพื่อเรามามากแค่ไหน แต่น้ำตาหยดต่อไปจะเป็นพยานให้พ่อรู้ว่าเราชาวไทย ได้ลงมือทำแล้ว ได้สานต่อเจตนาของพ่อจริงๆ
พิทพิทยา หากที่เราเขียน จะได้ช่วยเตือนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆและตัวเราเอง
ตนเตือน ตนเองได้ ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
ตนแชเชือน ใครจะช่วย ให้ป่วยการ (จำมาจากวัดสักแห่ง สมัยเด็กๆ)
Subscribe to:
Comments (Atom)
Blog Archive
About Me
- pittallarts
- เป็นคนเดิมๆ ที่ค่อยๆเดินหน้า ไปช้าๆ และมองรอบๆตัวเอง สำรวจความคิด ว่าผลกระทบจากความคิด นอกจากจะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วยังไปกระทบสิ่งแวดล้อมและคนรอบๆข้างทิศทางไหนบ้าง บวกหรือลบ ในสัดส่วนที่ควรพัฒนา สานต่อ แก้ไข หรือ อย่างไรต่อไป ในฐานะที่มีฉัน มีเธอ มีเขา มีเรา และคุณๆ ความรับผิดชอบของความคิดคนคนนึง ย่อมมีคลื่นใยสายสัมพันธ์ กระทบต่อกันและกันเป็นระรอกๆ ทุกความเคลื่นไหวของความคิดและอารมณ์ จากนี้มันจะถูกกลั่นกรองด้วยปัจจุบันขณะ จากใจผ่านสมองและแป้นรองพิมพ์ สู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยเจตนารมณ์ทีซื่อสัตย์ ต่อฉัน เธอ เรา เขา และ คุณๆ
