Thursday, April 8, 2010

ธาตุสาร



ระหว่างกำลังคุยกับเพื่อนเรื่องจะจัดการกับไฟล์งานอย่างไร สัดส่วนสีสรรมันไม่ได้มุมตรงนี้ เพื่อนมีปัญหามาก ต้องแก้ไข กินไม่ได้นอนไม่หลับ ณ ตอนคุยอยู่นั้นมันก็มีเหตุให้คิดเช่นนี้ว่า.................
เราเกิดมา มาทุรนทุราย มานั่งหัวเราะ ดีใจ มาฟูมฟาย ให้กับภาพมายา เรื่องที่วนไปวนมาซ้ำๆแล้วซ้ำเล่า เรื่องบางเรื่องจับต้องไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ไม่มีตัวตนแต่ก็ต้องมากลุ้มใจ ต้องสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้คนอื่นๆดูและวิจารณ์ สร้างภาพนั้นๆโดยที่แม้แต่มือยังไม่เคยสัมผัสว่าถึงตัวมันเลยว่าคืออะไร แต่ต้องเอาใจไปเกาะติดสิ่งที่ถูกรุมเร้าด้วยการมอง และฟัง
บางทีบางครั้ง ลายเส้นบางเส้น มีสี มันโค้งไม่ได้ดังใจ ก็โกรธ ก็ขัดข้องใจ ทำไมเป็นสีนั้นสีนี้ ทำไมลายมันแคบเกินไปควรให้กว้างกว่านี้ ไปดุด่าติติงว่าคนที่มองไม่เหมือนเรา มีความต่ำต้อยกว่า รู้น้อยกว่า หรือไม่เข้าใจความต้องการของสังคมโดยรวม ว่าสังคมโดยรวมชอบสีนี้ สว่างกว่านี้ กว้างกว่านี้ แคบกว่านี้ ยาวกว่านี้ สั้นกว่านี้ บางครั้งด้วยอำนาจหน้าที่ก็ บีบบังคับ ข่มขู่ให้คนที่คิดไม่เหมือนกับเราต้องได้รับความไม่ยุติธรรม ต้องลำบาก เสียใจ จนทนอยู่ด้วยไม่ได้ จนโกรธกัน ทะเลาะกัน ลาขาดกันไป เพียงเพราะการตั้งค่าในใจของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน มันชอบสีชอบสัดส่วน ชอบพื้นผิว หนักเบาไม่เหมือนกัน แล้วเราก็เอาอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจไปจับ ไปหาconditionให้มัน ใจมันอยากโกรธ มันรอคอยการโกรธ ธาตุต่างๆมันสันดาป มันเกิดพลังงาน ดูมันสิ มันเกิดพลังงาน น้ำถูกเคลื่อนที่ด้วยลม มันพัดพา มันไหวไปมา เมื่อรวมกับดิน มันพัดไปมา มันไหลรวมไปมา มันเกิดเป็นวงจร มันเกิดพลังงาน และเมื่อธาตุไฟได้เชื้อเพลิงจากพลังงาน ก็เกิดการปะทุ ก็แตกตัว และสลายไป เกิดการเผาพลาญ รวมกัน แตกกระจาย รวมตัว และสลายไป
เรามองเห็นมันบ้างไหม ว่าการทำงานของสรรพสิ่งของธาตุมันเป็นอยู่อย่างนั้น บางครั้งการเกิดกระบวนการสันดาปเหล่านี้ มันมีขึ้น เราก็เข้าใจว่านั้นคือตัวเรา เราต้องหาทางจัดการ ทำอะไรกับมัน มันเกิดความร้อน เราต้องโกรธ ต้องแสดงอาการ เราไม่เห็นความเป็นธรรมชาติที่ละเอียดเหล่านั้น เราก็ปะทุไอร้อนเหล่านั้น นำพามาเป็นอารมณ์ หงุดหงิด ไม่มีเหตุผล ไม่พอใจ เห็นอะไรก็วิจารณ์ ต้องพูดถึง ต้องแสดงอาการ เพื่อให้สมกับธาตุที่มันปะทุมา โดยการหาเหตุ หาเรื่อง ขุ่นข้องหมองใจ หาตัวลงต่างๆ รูป รส กลิ่น เสียง หาสิ่งแวดล้อมทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต มาเป็นเหยื่อของการที่จะบ่งบอกว่า "เป็นเพราะเธอ เป็นเพราะเธอเดินเข้ามา ไม่คลานมา เธอ.. ไม่ให้ความเคารพ เธอจึงเป็นต้นเหตุให้ฉันต้องโกรธ ต้องขว้างของลงพื้น และจะรู้สึกดีถ้า เธอ คลานมาเก็บ มาหมอบขอโทษ "
……… จะมีกี่คน กล้าคิดว่า ฉันไม่พอใจ เพราะธาตุในธรรมชาติ รวมกับธาตุในตัวฉัน มันเกิดการหักล้าง มันสันดาปกัน ฉันไม่รู้ว่าธาตุนั้นคืออะไร รู้สึกแต่มันร้อนๆอุ่นๆ เลยหงุดหงิด พอมองออกไป เห็นทาสในเรือนเบี้ยเดินเข้ามา แทนที่จะคลาน ก็เลย นำอารมณ์นั้น ไปลงที่คนนั้น เพื่อที่ว่าธาตุร้อนๆนี้จะได้ผ่อนคลาย ฉันจะยึดกับการมองเห็น รูปสีเนื้อมีแท่งยาวออกมา ซ้ายขวา อย่างละสองแท่ง บนสั้นกว่าล่าง แท่งบนใช้จับยึด แท่งล่างใช้ เหยีบยัน ตรงกลางมีจุกผมดำดำขึ้น มีลูกขาวใสๆแฉะๆสองลูก พร้อมกับรูที่ระบายอาการเข้าและออก มีเนื้อเปิดปิดอีกรูนึงที่คอยบดเคี้ยวสิ่งใดใดที่ถูกป้อนลงไป ฉันเห็นรูปทรงนั้นๆอยู่ในแนวตรง ฉันรับไม่ได้ มันต้องเป็นรูปหักงอ และยันด้วยแท่งเนื้อสั้นๆตอนบน(คลาน) ฉันถึงจะพอใจกับการได้เห็น ... ต่อให้มีคนคลานอีกเป็นล้านคนอยู่ตรงหน้า แต่จิตที่ยังไม่เข้าใจ ต้นเหตุของการเกิด การแสดงอาการของธาตุ ก็ยังไม่เคยเบื่อ ไม่เคยเพียงพอ ต่อการมองเห็น ต่อการสัมผัส เพราะมันเป็นแค่ การปัดป้อง หด ขยาย ทางความคิด บิดเบี้ยวไปมา เพื่อให้เกิดอาการคลายออก เผื่อจะสบายขึ้น ความจริงแม้ไม่ต้องทำอะไร ผลแห่งการสันดาปก็คลายตัวด้วยความอยู่ไม่ได้ของตัวมันเอง รอเวลา เฝ้ามองได้เห็น และปล่อยมันผ่านไป กลับง่ายกว่าการไป ทะเลาะวิวาท พรากลูกพรากเมีย ขโมยแย่งทรัพย์สิน หรือเข่นฆ่า อาฆาตกันไม่จบไม่สิ้น
เมื่อธาตุน้ำทำงาน การเกิดของมันก็ทำให้คนไปจับต้องไปยึดหมายว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจะจับต้องธาตุนั้นๆให้มาเป็นของตัวให้ก่อเกิด ให้มันไม่จางไป หรือให้มันสลายไปให้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ดี มันเป็นอะไรสักอย่าง มันเกิดอาการเนิบนาบ มันอยากระรวยรินไหล ใจก็หาที่ยึดต่อจากอารมณ์นั้น เราก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ใจก็เคลิ้มไหล มองเห็นท้องฟ้า ยามพระอาทิตย์กำลังทอแสง ก็คร่ำครวญ ไขว้คว้า หาทางให้มันมาเป็นภาพที่สะท้อนจิต หาทางสะท้อนธาตุนั้นๆที่กำลังเอิบอาบ มันอาลัยอาวรณ์ มันเกิดความรักใคร่ เห็นเด็กที่เรียกว่าลูกก็รักใคร่ อยากโอบ อยากกอดรัด อยากไปสารพัด ตั้งความหวังเอาไว้หลายพันรูปแบบจะปั้นให้เป็นดังใจ เพราะรูปที่เห็นเป็นเนื้อก้อนเล็กๆที่ ฉันคิดว่าฉันสร้างขึ้นมา มันเป็นก้อนเนื้อที่น่ารักน่าเอ็นดูกว่าก้อนเนื้อไหนๆในโลก และรักกว่าก้อนเนื้อเล็กๆของคนอื่น เกิดความหวงแหน ธาตุน้ำในตัวคนไหลไปรวมตามจุดต่างๆที่เกิดอารมณ์ ใคร่หาและโอดครวญ การเกิดแห่งการไหลไปมาก็มีปัจจัยเดิมๆคือธรรมชาติของการสันดาป ที่เกิดจาการหมุนตัวของพลังงาน
------------------
AKA : blackhole เล็กๆที่ถูกห่อด้วยความไม่เข้าใจอีกหลายต่อหลายชั้น การหมุนตัวด้วยแรงดึงดูดนั้น พัดพาเอาโมเลกุลเล็กๆอนูเล็กๆรอบๆตัวมันให้ก่อเกิด รวมตัวไป แตกตัวไป รวมตัวมา และแตกตัวไป พอครบรอบของจังหวะนึงก็มีการคลายออก พลังงานต่างๆก็ถูกรวมกันเข้ามาเกิดธรรมชาติ เกิดการสันดาป เกิดความสลับซับซ้อนของเม็ดเล็กๆที่ต่อตัวกันเป็นรูปร่างต่างๆ ตามแต่คุณภาพแห่งการหมุนนั้นๆ
----------------------
ก็ด้วยการสันดาปของน้ำและธาตุต่างๆมันถึงมีอาการการสะท้อนที่ทำให้ บางครั้งอาการของน้ำและไฟ และดิน มันเวียนกันไปกันมา จนไม่ต้องแยกกันแล้วมันความรู้สึกคนคนนึงจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะถ้าไม่เคยเจาะเข้าไปดูหน้าตาของเหตุของมันอย่างวิเคราะห์ให้เห็นได้ชัดเจน ธาตุดินเป็นธาตุสร้างที่ถูกพัดพาก่อเกิดและแตกสลายเหมือนธาตุอื่นๆ ธาตุดินเป็นสื่อของการสัมผัส จับต้อง เป็นสื่อความหนักเบา ก่อเกิดความยึดความอยาก ให้เกิดการทับถมต่อๆกันไป
หากแม่มาเห็นก้อนเนื้อเล็กๆอันเป็นที่รัก ไม่ขยับ(ตาย) แม่ที่มีธาตุน้ำประกอบอยู่ก็เค้นหลั่งน้ำให้ไหลออกมา เกิดความหวัง เกิดความอยากให้ก้อนเนื้อเล็กๆนั้นกระตุกได้ ขยับได้ไปมา ความไม่เข้าใจในธรรมชาติและความอยู่ไม่ได้ของสรรพสิ่ง ทำให้แม่ ทั้งเสียใจทั้งโกรธหมอที่รักษาลูกไม่ได้ หาสาเหตุที่ใครทำให้ลูกตาย บางคนโทษตัวเองเพราะหาตัวลงไม่ได้ ก็รอบการหมุนของลูกมันมีแค่นั้น ด้วยองค์ประกอบต่างๆที่การหมุนรวมมวลสารของเขาสั้นจะด้วยเหตุของคุณภาพนั้นๆ หรือปัจจัยแห่งจิตที่ก่อเกิดนั้นๆก็ตาม มันแตกแค่ธาตุที่จับต้องมองได้ แต่ความไม่เข้าใจก็สร้างสรรต่อเติมให้ความเศร้าโศกขจรกระจายไปนักต่อนัก เพื่อยึดมันเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันจบ คิดได้ทีไรก็เศร้าสลดในปริมาณเดิมๆที่สร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งที่ปริมาณมันเก่ามันจบไปแล้ว แต่แม่ก็สร้างมันขึ้นมาด้วยการอาศัยความทรงจำเดิมๆ ........ เรื่องยาวละ แต่โดยสรุปสั้นๆคือ ทุกธาตุรวมกันมาได้ก็เพราะอาการแห่งจิต ตัวต้นเหตุแห่งการรวมตัวการสันดาปและการเกิด ก็มาจากจิต เป็นแหล่งก่อพลังงานที่ซับซ้อนเหล่านั้น จิตเราบังคับธาตุและบางครั้งธาตุก็ทำให้จิตไขว้เขว นึกว่า เป็นเพราะธาตุจิตถึงคิดแบบนั้นแบบนี้ ตัวต้นตอคือจิตเราดีดีนี้เองก่อเกิดและสรรสร้าง มวลสสารมีหน้าที่หมุนเข้าหาตามความเหมาะสมแห่งคุณภาพจิตนั้นๆ ทำไมคนเกิดมามีรูปร่างหน้าตา ความเป็นอยู่ แตกต่าง สิ่งแวดล้อมแตกต่าง มันก็มี magnet ตัวเดียวคือจิต

มีแบบฝึกหัดให้เราทดลองอยู่เป็นประจำในโลกใบนี้ เวลาโกรธ เวลาเสียใจ อะไรเกิดกับตัวเรา อะไรดับไปจากตัวเรา และจิตเราขณะนั้นเๆที่จะบอกได้

No comments:

Post a Comment

About Me

My photo
เป็นคนเดิมๆ ที่ค่อยๆเดินหน้า ไปช้าๆ และมองรอบๆตัวเอง สำรวจความคิด ว่าผลกระทบจากความคิด นอกจากจะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วยังไปกระทบสิ่งแวดล้อมและคนรอบๆข้างทิศทางไหนบ้าง บวกหรือลบ ในสัดส่วนที่ควรพัฒนา สานต่อ แก้ไข หรือ อย่างไรต่อไป ในฐานะที่มีฉัน มีเธอ มีเขา มีเรา และคุณๆ ความรับผิดชอบของความคิดคนคนนึง ย่อมมีคลื่นใยสายสัมพันธ์ กระทบต่อกันและกันเป็นระรอกๆ ทุกความเคลื่นไหวของความคิดและอารมณ์ จากนี้มันจะถูกกลั่นกรองด้วยปัจจุบันขณะ จากใจผ่านสมองและแป้นรองพิมพ์ สู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยเจตนารมณ์ทีซื่อสัตย์ ต่อฉัน เธอ เรา เขา และ คุณๆ