Monday, April 26, 2010

เส้น




เส้นบางเส้น เวลามองจากที่ไกลๆเราก็นึกว่ามันคือเส้นๆเดียวกัน  แต่ถ้าลองได้เดินเข้ามาใกล้ๆ ได้ใช้สายตาไล่ตามที่มาที่ไปของเส้นนั้นๆ  มันอาจจะมาจากจุดกำเนิดเดียวกัน ใกล้เคียงกัน บางเส้นมาจากคนละทิศละทางแต่มามีความบรรจบเกือบลงตัวเป็นเนื้อเดียวกัน 

ในความเหมือน บางครั้งบางคราวก็ไม่อาจลงเอยกันได้ จะเป็นเพราะความเชื่อมั่นของแต่ละคน ลึกๆในนั้น หรือประสบการณ์บางอย่าง ที่มันสอนอะไรให้คนคนนึง มีความคิดอะไรบางอย่าง ที่เมื่อยึดถือความคิดนั้นแล้ว มันเหมือนเป็นเกราะป้องกันความผิดหวัง ความทุกข์ หรือ จะนำมาซึ่งความสุขและอะไรก็แล้วแต่ เมื่อคนคนนึงมีบางสิ่งบางอย่างที่ยึดเหนี่ยวเอาไว้ในใจ มันก็เป็นปัจเจกของคนคนนั้นที่ไม่อาจจะบรรยายออกมาได้ หรือถ้าหาคำมาพรรณาได้ก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าจะทำดีไม๊

  เมื่อฉันลุกขึ้นและเดินออกจากห้องที่เคยเก็บตัวเก็บใจมาแสนนาน ฉันอาจจะดูเหมือนเป็นคนคนเดิมในสายตาคนที่รู้จัก ยังยิ้มและทักทายผู้คน ยังมีความรู้สึก หวั่นไหวกับใครบางคน ยังหวาดกลัวกับเรื่องเดิมๆ  ... และอีกวันก็ผ่านไป ..แต่ในทุกๆวันที่ภาระกิตรจบสิ้นลง . พอถึงตอนเปิดประตูเข้าห้องนอน ปิดไฟ และเปิดผ้าห่มและพาตัวเองแทรกลงไป จนหัวถึงหมอน เมื่อนั้นความคิดที่เป็นเกราะป้องกันความอ่อนแอก็ค่อยๆเริ่มกระบวนการชำระล้าง และค่อยๆให้เหตุผล กับ เรื่องราวต่างๆ ที่จิตใจของฉันไปประสบพบมาในแต่ละวัน   ทุกคนต้องมีโอกาสได้ทำอะไรสักอย่าง ที่รู้สึกถูกและผิด ต้องการแก้ไข ต้องการสานต่อ อยากจะทำให้ดียิ่งๆขึ้นไป หรือประชดด้วยการไม่ใส่ใจกับเรื่องนั้นไปเลยก็ได้ และฉันก็เป็นคนคนนึงที่มี สี ขาว เทา ดำ ในความคิด แต่มันมีหลืบของประสบการณ์ในชีวิต ที่มันคอยบอกและเตือนว่า ก้าวต่อไปฉันจะทำหรือไม่ทำอะไรถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่ากับตัวเอง.. คนที่เคยเจ็บปางตาย แล้วรอดชีวิตมาได้ กับคนที่ถูกมีดบาดที่กลางมือ มันเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกัน คือตอนเจ็บมันก็ผละออก ใจมันก็กลัว แต่ความตระหนักในใจมันมีน้ำหนักต่างกันอย่างแน่นอน .. ไม่ใช่ไม่รู้สึก ไม่ใช่ไม่รับรู้ ไม่ใช่ไม่แคร์ เธอรู้สึกอย่างไร.. ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนๆกัน เท่าๆกัน แต่เพราะตัวแปล ตัวแปลงภาพเหล่านั้น มันก็ทำงานอย่างซื่อสัตย์และเที่ยงตรง ฉันเห็นถึงความเป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้ใจตัวเอง คิดอะไรไปมากกว่านี้ .. แต่ความรู้สึกดีดี มันจะมีให้ตลอดไป

อย่าพยามหาเหตุผล เมื่อมันไม่มีเหตุผล  ที่มีเหตุผลมันก็มีอยู่อย่างไม่ถาวร มันก็กำลังผ่านไปและกำลังจบไป และก็ไม่ต้องเข้าใจเพราะมันไม่มีอะไรอยู่ในนั้น ที่มันไม่มีไม่ใช่เพราะมันไม่มี แต่มันไม่มีเพราะยังไง สักวัน มันก็จะไม่มี เพราะธรรมชาติมันเป็นอยู่อย่างนี้ ทั้ง ฉัน และ เธอ ทั้ง เรา และ เขา เราต่างเป็นเส้นที่วิ่งวนไปวนมาพาดผ่านทับถม วนเวียน บางครั้งเราก็วาดเส้นให้มันบรรจบกัน ให้มันเข้ากัน คล้องจองกัน ดูเหมือนจะใช่ และ มันก็ไม่ใช่ ในเมื่อธรรมชาติของเส้นชีวิต ไม่เคยจะหยุดอยู่นิ่งๆ  มันอาจจะพยามวิ่งบรรจบกับใครสักคน แต่ยังไงก็ต้องวิ่งต่อไป

No comments:

Post a Comment

About Me

My photo
เป็นคนเดิมๆ ที่ค่อยๆเดินหน้า ไปช้าๆ และมองรอบๆตัวเอง สำรวจความคิด ว่าผลกระทบจากความคิด นอกจากจะเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วยังไปกระทบสิ่งแวดล้อมและคนรอบๆข้างทิศทางไหนบ้าง บวกหรือลบ ในสัดส่วนที่ควรพัฒนา สานต่อ แก้ไข หรือ อย่างไรต่อไป ในฐานะที่มีฉัน มีเธอ มีเขา มีเรา และคุณๆ ความรับผิดชอบของความคิดคนคนนึง ย่อมมีคลื่นใยสายสัมพันธ์ กระทบต่อกันและกันเป็นระรอกๆ ทุกความเคลื่นไหวของความคิดและอารมณ์ จากนี้มันจะถูกกลั่นกรองด้วยปัจจุบันขณะ จากใจผ่านสมองและแป้นรองพิมพ์ สู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ด้วยเจตนารมณ์ทีซื่อสัตย์ ต่อฉัน เธอ เรา เขา และ คุณๆ